บทที่ 9 ทำไมถึงไม่เหมือนที่คิดไว้ล่ะ
ทำไมถึงไม่เหมือนที่คิดไว้ล่ะ
โรงภาพยนตร์ XX
บรรยากาศสว่างไสวไปด้วยแสงไฟสีอุ่น ผู้คนเดินสวนกันขวักไขว่ เสียงพูดคุยปะปนกับกลิ่นป๊อบคอร์นหอมกรุ่นลอยคลุ้งทั่วโถง
สองร่างหยุดยืนอยู่หน้าแผงโปสเตอร์ภาพยนตร์ อัยยากอดถัง
ป๊อบคอร์นไว้แน่นราวกับกลัวจะหล่น สายตากวาดมองรายชื่อหนังอย่างตั้งใจ ขณะที่ตะวันยืนข้าง ๆ มือหนึ่งล้วงกระเป๋า สีหน้าดูสบาย ๆ ก่อนจะเอ่ยถามเสียงเรียบ
“จะดูเรื่องอะไร”
อัยยาคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะยกมือชี้ไปที่โปสเตอร์หนังโรแมนติก
เรื่องหนึ่ง ดวงตาหลังกรอบแว่นมีแววลังเลปนคาดหวัง ตะวันเหลือบมองตาม ก่อนจะส่ายหน้าเบา ๆ อย่างไม่เห็นด้วย แล้วชี้ไปที่โปสเตอร์หนังแอ็กชันอีกฝั่ง
“ดูเรื่องนี้แล้วกัน”
พูดจบก็หมุนตัวเดินไปทางเคาน์เตอร์ขายตั๋วทันที ไม่เปิดโอกาสให้อัยยาได้โต้แย้ง ร่างเล็กได้แต่ยืนมองตาม ก่อนจะกระชับถัง ป๊อบคอร์นในอ้อมแขนแล้วรีบก้าวตามไป ท่ามกลางแสงไฟและเสียงจอแจของโรงหนังที่ยังคงคึกคักไม่ขาดสาย
ภาพยนตร์บนจอยังคงดำเนินไปตามเรื่องราว ทว่าอัยยากลับแทบไม่ได้สนใจหน้าจอแม้แต่น้อย สายตาคมภายใต้กรอบแว่นเผลอไปหยุดอยู่ที่ใบหน้าด้านข้างของตะวัน
ใบหน้าที่ตั้งใจมองจอหนังอย่างจริงจัง แสงจากจอสะท้อนลงบนสันจมูกคมและกรอบหน้าชัดเจนจนเธอละสายตาไม่ได้
อัยยาขยับแว่นตาเล็กน้อย สูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะเอนศีรษะลงช้า ๆ ตั้งใจจะพิงไหล่เขาอย่างแนบเนียน แต่จังหวะเดียวกันนั้น ตะวันกลับก้มตัวลงคล้ายจะหยิบของที่ตกอยู่ใต้เก้าอี้
ตุ้บ!
หน้าผากบางชนเข้ากับพนักเบาะอย่างจังจนเจ้าตัวสะดุ้ง ชายหนุ่มหันมาทันที คิ้วหนาขมวดเข้าหากัน
“เป็นอะไร”
อัยยาชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะยิ้มแห้ง ๆ กลบเกลื่อน
“เอ่อ…เปล่า ไม่มีอะไร”
ภาพยนตร์ยังคงฉายต่อไป แสงจากจอสาดทาบใบหน้าผู้คนท่ามกลางความมืดและกลิ่นป๊อปคอร์น อัยยากลับไม่อาจจดจ่อได้ สายตาเผลอไปเห็นคู่รักอีกฟากที่นั่งจับมือกันแน่น
หญิงสาวเหลือบมองมือตะวันที่พาดอยู่บนขอบที่นั่ง ก่อนมือเรียวจะค่อย ๆ ขยับเข้าไปใกล้ หัวใจเต้นแรง ในเสี้ยววินาทีที่ปลายนิ้วกำลังจะสัมผัสกัน
ตะวันกลับยกมือหนี เอาขึ้นปิดปากหาวอย่างไม่รู้ตัว
อัยยาชะงัก ก่อนจะดึงมือกลับมาวางบนตัก หันกลับไปมองจอหนังอีกครั้ง ทั้งที่ในใจยังค้างคากับสัมผัสที่ไม่เคยเกิดขึ้นนั้นก่อนที่ชายหนุ่มข้าง ๆ จะหันมาถามน้ำเสียงดูไม่ใส่เท่าไหร่นัก
“เธอมาดูหนังจริงป่ะ อยู่นิ่ง ๆ หน่อยสิ”
“เอ่อ...ขอโทษนะ”
หลังจากที่ภาพยนตร์จบลง ตะวันก็อาสามาส่งอัยยาถึงบ้าน ทว่าตลอดทางเธอกลับเงียบงัน ความรู้สึกไม่เป็นอย่างที่เคยจินตนาการไว้เกาะแน่นอยู่ในอก
ทันทีที่ก้าวเข้ามาในบ้าน เสียงแม่ก็ดังขึ้น น้ำเสียงดูจริงจังจนน่าประหลาดใจ
“ทำไมกลับดึกนักล่ะ”
อัยยาขยับแว่น ก้มหน้าหลบสายตา
“เอ่อ…ทำรายงานค่ะ”
หญิงวัยกลางมองลูกสาวราวกับไม่เชื่อ ก่อนจะเอ่ยเพียงสั้น ๆ
“อย่าทำให้แม่ผิดหวังล่ะ”
ประโยคนั้นทิ้งน้ำหนักไว้ในใจ ก่อนแม่จะหันหลังเดินกลับเข้าไป อัยยายืนอยู่ตรงนั้น ก้มหน้าลงเงียบ ๆ โดยไม่อาจเอื้อนเอ่ยอะไรได้เลย
ช่วงบ่ายของวันต่อมา
สนามยาวของมหาวิทยาลัยเต็มไปด้วยความคึกคัก เสียงลูกบาสกระทบพื้นดังสลับกับเสียงเชียร์จากนักศึกษาแต่ละสาขา วันนี้เป็นวันแข่งขันบาสเกตบอล บรรยากาศรอบสนามจึงมีชีวิตชีวากว่าทุกวัน
อัยยาก้าวเข้ามาท่ามกลางความวุ่นวาย ร่างเล็กในชุดกีฬาของชมรม เสื้อยืดเรียบกับกางเกงวอร์มขายาว รองเท้าผ้าใบสีสุภาพ ผมถูกรวบตึงเปิดใบหน้าเรียบใสหลังกรอบแว่น ถือขวดน้ำไว้ในมือ เดินผ่านกลุ่มคนอย่างเงียบ ๆ ก่อนจะกวาดสายตามองไปรอบสนาม ราวกับกำลังมองหาใครบางคนท่ามกลางฝูงชน
“แม่ง! พวกมึงเล่นกันแรงจังวะ!
เสียงโวกแวกโวยวายดังขึ้นจากกลางสนาม ดึงความสนใจของคนรอบข้างให้หันมามองเป็นตาเดียว
“แล้วมึงจะเอายังไงกับกูวะ!”
ตะวันในชุดกีฬาพูดขึ้น น้ำเสียงแข็งกร้าว ร่างสูงก้าวออกมาจากกลุ่มเพื่อน สายตาคมกริบจ้องเขม็งไปยังอีกฝ่ายที่เดินเข้ามาใกล้ไม่แพ้กัน
“มึงก็มาดิ ไอ้สัด!”
เตอร์รีบวิ่งเข้ามาขวาง
“ไอ้วัน เป็นไรวะ ใจเย็นก่อนสิ”
ตะวันไม่ละสายตาแม้แต่นิดเดียว
“ดูแม่งเล่นดิ ชนกูเอา ๆ จงใจหาเรื่องชัด ๆ”
“มึงเล่นไม่เป็นเองต่างหาก เก่งแต่ปาก”
เสียงเย้ยหยันดังขึ้นจากฝั่งตรงข้าม
เพียงเท่านั้น ร่างสูงก็สาวเท้าเข้าไปใกล้ ระยะห่างถูกบีบจนแทบไม่มีอากาศคั่น
“แล้วมึงจะเอายังไงกับกู”
โชนรีบเข้ามาเสริม จับแขนตะวันไว้แน่น
“ไอ้ตะวัน พอเหอะ ใจเย็น ๆ”
แต่ตะวันกลับสะบัดแขนออก สีหน้าแข็งกร้าวยิ่งกว่าเดิม
“แม่ง! เย็นเหี้ยอะไรล่ะ”
อีกฝ่ายยิ้มเยาะ ท้าทายเต็มที่
“งั้นมึงเข้ามาดิ อารมณ์เสียฉิบหาย เล่นบาสเป็นรึเปล่า อ่อนหัดชะมัด”
ประโยคนั้นเหมือนชนวน ตะวันกระชากคอเสื้ออีกฝ่ายดึงเข้ามาใกล้ แรงอารมณ์ปะทะกันกลางสนาม ท่ามกลางเสียงฮือฮาของผู้คนรอบข้างที่เริ่มแตกตื่น
“ปากแบบนี้ ให้กูเตะหมาออกจากปากให้มั้ย”
พลั่ก!
ชายอีกฝ่ายก็ผลักตะวันออกมาเต็มแรง ร่างสูงเซถอยไปสองก้าว รองเท้าผ้าใบเสียดสีกับพื้นสนามดังเอี๊ยด ก่อนจะตั้งหลักได้ สีหน้าที่เดิมตึงอยู่แล้วกลับยิ่งหม่นลง ดวงตาคมวาววับด้วยอารมณ์เดือดดาล
“ไอ้สัด!”
ผลั้ว!
ตะวันคำรามลั่น ก่อนจะปรี่เข้าใส่อีกฝ่าย หมัดหนักกระแทกเข้าเต็มแรง เสียงปะทะดังสนั่นจนคนรอบสนามร้องอื้ออึง อีกฝ่ายไม่ยอมถอย สวนหมัดกลับมาอย่างรวดเร็ว
ผลั้ว!
ทว่าหมัดนั้นกลับไม่ทันได้โดนตะวัน
อัยยาที่วิ่งฝ่าฝูงชนเข้ามาหวังห้าม กลับเป็นคนรับแรงปะทะแทนเต็ม ๆ หมัดหนักซัดเข้ากลางหน้าอย่างจัง
แว่นตาถูกกระแทกกระเด็นหลุดจากใบหน้า หล่นกระทบพื้นสนาม ร่างเล็กเซถลา ก่อนจะทรุดล้มลงกับพื้นอย่างไร้เรี่ยวแรง
โอ๊ย!
“เห้ย!”
ทุกคนต่างร้องออกมาเป็นเสียงเดียวกัน อัยยานอนทรุดอยู่บนพื้น มือกุมใบหน้าแน่น เลือดสีแดงสดไหลซึมออกจากจมูกเป็นทาง
ชายร่างสูงที่เผลอชกเธอเข้าเต็มแรงรีบถลาเข้ามา ทิ้งเรื่องบาดหมางไว้ข้างหลัง ก่อนจะพยุงร่างเล็กให้ลุกขึ้นนั่งอย่างร้อนรน
